น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นบริสุทธิ์ 100% 500 มล.

300.00 ฿ รวมภาษีแล้ว

หยิบสินค้าใส่ตะกร้า

982 หน่วยในสต๊อก

จำหน่ายน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นบริสุทธิ์ Tropicana 100% 500 มล. เพื่อสุขภาพดี

รายละเอียดเพิ่มเติม

  • Currently 0.00/10

กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อให้คะแนน: คะแนนสินค้าขณะนี้: 0.0/10 (0 คน โหวต)

 

น้ำมันมะพร้าว 100 % ตราทรอปิคานา สะอาด เหมาะสำหรับการบริโภคเพื่อสุขภาพผลิต จากมะพร้าวพันธ์ดีแห่งลุ่มน้ำตาปี ผลิตด้วยกรรมวิธีสกัดเย็น (Cold Press) จึงมี Lauric Acid สูง ใช้บริโภคเพื่อสุขภาพ รับประทานวันละประมาณ 3 ช้อนโต๊ะต่อวัน,ใช้ปรุงอาหาร, ใช้ปรุงรสเป็นน้ำสลัด (Salad Dressing) หรือแต่งเครื่องดื่ม เพื่อสุขภาพที่ดีของผิวหนังและเส้นผม อุดมไปด้วย Lauric Acid ซึ่งเป็นกรดไขมันที่ใกล้เคียงกับผิวมนุษย์ มีฤทธิ์ในการยับยั้งแบคทีเรีย และสารต้านอนุมูลอิสระด้วยน้ำมันที่บางเบาทำให้ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่ระคายเคืองผิวที่บอบบางและแพ้ง่ายสามารถทาผิวกายหลังอาบน้ำเพื่อคืนความ ชุ่มชื่น คงความอ่อนเยาว์ ชะลอการเกิดริ้วรอยเช็ดเครื่องสำอาง นวดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ช่วยถนอมหนังศีรษะ ป้องกันรังแคโดยการหมักผมก่อนสระ 1-2 ชม.เพื่อบำรุงรากผม ลดการหลุดร่วง ปรับสภาพผมที่แห้งแตกปลาย

 

 

 

 



น้ำมันมะพร้าวดีต่อสุขภาพอย่างไร

น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันจากพืชชนิดเดียวในโลกที่มีกรดลอริก อยู่ในปริมาณที่สูงมาก ประมาณ 48 – 53 % และกรดลอริกนี้เอง ที่ทำให้น้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติพิเศษในการเสริมสุขภาพและความงามของมนุษย์ น้ำมันมะพร้าวยังมีกรดคาปริก (capric acid) ซึ่งแม้ว่าจะมีน้อยกว่ากรดลอริก คือ มีเพียง 6-7 % แต่ก็ช่วยเสริมประสิทธิภาพของกรดลอริก นอกจากนี้น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์สกัดเย็น ยังมีส่วนประกอบของวิตามินอี ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุให้เซลล์เสื่อมก่อนวัยอีกด้วย

ผู้ที่บริโภคน้ำมันมะพร้าวจะมีสุขภาพดี แข็งแรง เพราะได้พลังงานทันทีที่บริโภคน้ำมันมะพร้าว นอกจากนั้น น้ำมันมะพร้าวยังช่วยเพิ่มคุณค่าของอาหารโดยการเพิ่มการดูดวิตามิน เกลือแร่ และกรดอะมิโน เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวเป็นโมเลกุลขนาดเล็ก จึงถูกย่อยง่าย และเคลื่อนที่เร็วไปตามของเหลวในร่างกาย จึงเป็นที่นิยมใช้หุงต้มอาหารสำหรับคนไข้ที่มีปัญหาการย่อยไขมัน และยังใช้ในสูตรน้ำนม เพื่อให้ไขมันที่จำเป็นแก่เด็กทารก และช่วยในการดูดซึมแคลเซียม และแมกนีเซียม ซึ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนากระดูก

น้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติเป็นยาฆ่าเชื้อ และสามารถถูกดูดซึมเข้าไปในร่างกายได้ดี และรวดเร็ว ตำราอายุรเวทของอินเดียจึงได้ใช้น้ำมันมะพร้าวรักษาโรคมาไม่ต่ำกว่า 4,000 ปี ตำราแพทย์แผนไทยในปัจจุบันก็แนะนำให้ใช้น้ำมันมะพร้าวรักษาโรคกระดูกที่ เกิดจากอุบัติเหตุ รักษา เม็ดผดผื่นคัน ลบริ้วรอย แผลฟกช้ำ ซ่อมแซมส่วนสึกหรอ และป้องกันแสงแดด และความร้อน แม้กระทั่งแพทย์แผนปัจจุบันชาวตะวันตก ก็ให้คนไข้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการย่อยอาหารหรือการดูดซึมอาหาร เด็กทารกรวมทั้งเด็กเล็กที่ไม่สามารถย่อยไขมัน กินน้ำมันมะพร้าวเป็นยารักษาโรค

น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันที่ถูกดูดซึมเข้าทางผิวหนังได้ดี เพราะมีขนาดของโมเลกุลเล็กจึงนิยมใช้นวดตัวให้หายปวดเมื่อย และผ่อนคลายความเครียด อีกทั้งยังปกป้องการทำลายของแสงอัลตราไวโอเลตที่ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นแก่ ก่อนวัย และเป็นมะเร็งผิวหนัง ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของกระดูกให้แข็งแรง แพทย์แผนไทยจึงนิยมนำน้ำมันมะพร้าว มาประกอบเป็นสูตรยาแผนโบราณในการรักษาโรคที่เกี่ยวกับกระดูก อันเนื่องมาจากการประสบอุบัติเหตุ

นอกจากนี้น้ำมันมะพร้าวยังช่วยให้ผิิวพรรณนุ่มเนียน ดูอ่อนกว่าวัย และยังช่วยให้เส้นผมเงางาม เพราะมีวิตามินอีที่ช่วยเสริมการเจริญของเส้มผมอีกด้วย

Ref: สถาบันการแพทย์แผนไทย

น้ำมันมะพร้าวป้องกันโรคหัวใจได้อย่างไร โดย ดร.ณรงค์ โฉมเฉลา

ชมรมอนุรักษ์และพัฒนาน้ำมันมะพร้าวแห่ง ประเทศไทย มีวัตถุประสงค์หลักในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับน้ำมันมะพร้าวในแก่ผู้สนใจ เพื่อเป็นการรณรงค์ให้คนไทย หันกลับมาบริโภคน้ำมันมะพร้าว หลังจากที่น้ำมันมะพร้าวได้ถูกต่างชาติปรักปรำว่าเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ ซึ่งจากผลงานของนักวิจัยพบว่า ไม่เป็นความจริง ดังจะเห็นได้จากการที่บรรพบุรุษของคนไทย ที่บริโภคน้ำมันมะพร้าว และกะทิ ไม่มีใครเป็นโรคหัวใจแต่อย่างใด โรคหัวใจเป็นโรคที่คร่าชีวิตของมนุษย์ในลำดับต้น ๆ สาเหตุใหญ่มาจากการไม่ออกกำลังกาย สูบบุหรี่ มีความเครียด และที่สำคัญจากการบริโภคน้ำมันไม่อิ่มตัว น้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติพิเศษในการป้องกันโรคหัวใจ หากคนไทยเปลี่ยนมาบริโภคน้ำมันมะพร้าวกันมากขึ้น ปัญหาจากโรคหัวใจก็จะลดน้อยลง

มาใช้กะทิแทนนมกันเถอะ โดย ดร.ณรงค์ โฉมเฉลา

กะทิ เป็นแหล่งที่มาของน้ำมันมะพร้าว ซึ่งในปัจจุบันกำลังเป็นที่นิยมของคนไทย เพราะเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและความงาม เนื่องจากกะทิเป็นสารตัวเดียวกันกับน้ำมันมะพร้าว ดังนั้น ข้อดีต่าง ๆ ของกะทิ ก็คือข้อดีของน้ำมันมะพร้าวนั่นเอง

มหัศจรรย์น้ำมันมะพร้าว :โดย ดร.ณรงค์ โฉมเฉลา

ความสำคัญของน้ำมันมะพร้าว มนุษย์ใช้น้ำมันมะพร้าวเป็นอาหาร เป็นยา เป็นเครื่อง สำอาง มานับเป็นพัน ๆ ปี ชาวเอเชียและแปซิฟิก ที่ใช้น้ำมันมะพร้าวประกอบอาหาร ต่างก็มีสุขภาพดีถ้วนทั่ว ไม่ค่อยมีใครเป็นโรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคต่อมลูกหมากโต โรคไขข้อ โรคปวดเมื่อย โรคชราภาพก่อนวัย โรคผิวหนังฯลฯ แม้กระทั่งชาวอเมริกันและชาวยุโรป ครั้งหนึ่งก็นิยมบริโภคน้ำมันมะพร้าว แต่เพิ่งเปลี่ยนไปใช้น้ำมันถั่วเหลือง และน้ำมันพืชอื่นๆ เมื่อเร็ว ๆ นี้เอง ได้มีการบันทึกไว้ว่า ในประเทศอินเดีย มีการใช้น้ำมันมะพร้าว มาเป็นเวลากว่า 4,000 ปี สำหรับประเทศไทย ก็มีการปลูกมะพร้าวมาตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหง เมื่อกว่า 700 ปีมาแล้ว และได้สกัดน้ำมันมะพร้าวมาประกอบอาหารหวานคาว และใช้เป็นสมุนไพร และเครื่องสำอาง ประเทศต่าง ๆ ในแถบเอเชียและแปซิฟิก ต่างก็ได้ใช้น้ำมันมะพร้าวมาเป็นเวลาช้านานเช่นกัน จนได้ขนานนามมะพร้าว ว่าเป็นต้นไม้แห่งชีวิต (Tree of Life) ได้มีการนำน้ำมันมะพร้าว มาใช้รักษาโรค ทั้งโดยแพทย์แผนไทย และแพทย์แผนปัจจุบัน

ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวต่อการบำรุงผิวและเส้นผม

น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ช่วยการบำรุงผิวพรรณ:

- ช่วยผิวพรรณอ่อนนุ่มชุ่มชื่น และกระชับเรียบเนียน ดูอ่อนกว่าวัย
- ช่วยบำรุงผิวหน้าและผิวกายเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นและลดริ้วรอยเหี่ยวย่น ภายหลังจากการอาบน้ำ
- ใช้นวดตามหลักอายุรเวท เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและความเหนื่อยล้า
- ใช้เป็นส่วนผสมหลักในการทำเครื่องสำอาง เสริมสร้างคอลลาเจนและสร้างความยืดหยุ่นให้่ผิว
- ใช้เช็ดหน้าเพื่อทำความสะอาดเครื่องสำอาง
- ป้องกันผิวแห้งแตกในหน้าหนาว
- ทาผิวที่ถูกเผาไหม้จากแสงแดด
- ทาหน้าท้องช่วงตั้งครรภ์ เพื่อลดรอยแตกลาย
- ทาผิวเมื่อเกิดอาการแพ้จากแมลง เช่น ยุง, มด

ประโยชน์น้ำมันมะพร้าวดีต่อผิวหนัง คือ

1. ฆ่าเชื้อโรคที่ทำอันตรายต่อผิวหนัง เพราะน้ำมันมะพร้าว มีกรดลอริก ซึ่งเป็นกรดไขมันชนิดเดียวกันกับที่อยู่ใต้ผิวหนัง คอยช่วยฆ่าเชื้อโรคที่ทำให้เกิดโรคผิวหนัง สิว ฝ้า กระ หูด

2. ต่อต้านการเติมออกซิเจน น้ำมันมะพร้าว มีสารต่อต้านการเติมออกซิเจน หรือ แอนตีออกซิแดนต์ (antioxidant) ซึ่งช่วยต่อต้านการเติมออกซิเจนสาเหตุของการเกิดอนุมูลอิสระ ที่เป็นสาเหตุของการเหี่ยวย่นของผิวหนัง จึงช่วยปกป้องผิวหนังจากการทำลายของแสงแดดได้ดี

3. ซึมสู่ผิวหนังได้รวดเร็ว น้ำมันมะพร้าวมีโมเลกุลขนาดกลาง จึงซึมผ่านผิวหนังได้สะดวก และ รวดเร็ว

4. กระตุ้นให้เซลล์ที่ตายแล้วหลุดลอกออก และเกิดเซลล์ใหม่ น้ำมันมะพร้าวเป็นสารธรรมชาติ ที่ช่วยให้เซลล์ที่ตายแล้ว หลุดลอกออกจากผิวหนัง (natural exfoliant) ที่ดีที่สุด หากผิวหนังไม่สามารถลอกเซลล์ที่ตายแล้วออกไป เซลล์ที่เกิดใหม่ จะเกิดบนเซลล์ที่ตายแล้ว ทำให้ผิวหนังหยาบกระด้าง และแตก น้ำมันมะพร้าวจะช่วยให้เซลล์ที่ตายแล้วหลุดออกไป และ กระตุ้นให้เกิดเซลล์ใหม่ ทำให้ผิวดูอ่อนวัย ปราศจากรอยเหี่ยวย่น และอาการชราภาพก่อนวัย

5. ผิวนุ่ม ชุ่ม เนียน: น้ำมันมะพร้าวแทรกซึมเข้าไปใต้ผิวหนังอย่างรวดเร็ว ทำหน้าที่เป็นสารเพิ่มความชุ่มชื้น (moisturizer) ให้แก่ผิวหนังอย่างดี เพราะน้ำมันมะพร้าว เป็นสารตัวเดียวกันกับน้ำมันธรรมชาติ (sebum) ที่มีอยู่ในต่อมขุมขนใต้ผิวหนัง

6. ป้องกันและรักษา ฝ้า กระ จุด หรือรอยบุ๋ม: น้ำมันมะพร้าวมีกรดลอริกซึ่งจะเปลี่ยนเป็นโมโนลอริน ซึ่งเป็นสารฆ่าเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของฝ้า กระ หรือจุด ต่างๆ อีกทั้งยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผิวหนัง

7. ป้องกันและรักษาโรคผิวหนัง ผื่นคัน: น้ำมันมะพร้าวช่วยรักษาโรคที่เกิดจากเชื้อโรคผิวหนัง เช่น โรคสะเก็ดเงิน โรคผิวหนังอักเสบ และโรคผิวหนังติดเชื้ออื่นๆ

8. ป้องกันและรักษาการเกิดอาการไหม้เกรียมเพราะถูกแสงแดด (Sunburn) น้ำมันมะพร้าวช่วยป้องกันการอักเสบ หรือไหม้เกรียมของผิวหนัง เนื่องจากถูกแสงแดด เป็นเวลานาน เราสามารถใช้น้ำมันมะพร้าวเป็นยากันแดดได้ดี อีกทั้งยังไม่เหนียวเหนอะหนะเหมือนครีมกันแดดส่วนมาก

9. ป้องกันริมฝีปากแตก: น้ำมันมะพร้าวทำหน้าที่เป็นยาทากันริมฝีปากแตก (Lip balm) ได้ดี เพราะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ริมฝีปาก

10. รักษาพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย นำน้ำมันมะพร้าวมาถูบริเวณที่เป็นผื่นแดง ไม่นานผื่นแดงนั้นก็จะหายไป พร้อมทั้งอาการคันหรือปวดแสบปวดร้อนจากพิษแมลง ก็จะดีขึ้น

11. ป้องกันและรักษาโรคมะเร็งผิวหนัง: นอกจากจะทำให้ผิวหนังดูอ่อนวัยแล้ว น้ำมันมะพร้าวซึ่งถูกดูดซึมเข้าไปในผิวหนังได้ง่าย เพราะมีโมเลกุลขนาดเล็ก ยังช่วยสร้างความแข็งแรงให้แก่เซลล์ผิวหนัง ทั้งผิวด้านนอก และส่วนลึก จึงช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระได้ อันส่งผลให้สามารถป้องกันการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้เป็นอย่างดี

น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ช่วยการบำรุงเส้นผม:

- ใช้ลูบไล้เส้นผมให้เงางามนุ่มสลวย และช่วยปรับสภาพหนังศีรษะให้มีสุขภาพดี
- ใช้หมักผมก่อนสระ ช่วยบำรุงรากผม ป้องกันรังแค ลดการหลุดร่วงของเส้นผม และสร้างเส้นผมใหม่
- ช่วยฟื้นฟูเส้นผมที่แห้งเสียจากการทำสี,ย้อม,ดัด,โกรก ฯลฯ

เรียบเรียงจาก "สวยได้ด้วยน้ำมันมะพร้าว" โดย ดร.ณรงค์ โฉมเฉลา

น้ำมันมะพร้าวเป็นโทษกับร่างกายหรือไม่ ?

วงการแพทย์และนักโภชนาการสมัยใหม่ค้นพบแล้วว่า น้ำมันมะพร้าวไม่เป็นโทษกับร่างกายเลย อันที่จริงสิ่งที่ให้โทษกับร่างกายคือน้ำมันพืชผ่านกรรมวิธีหรือน้ำมันพืช ที่เราใช้ปรุงอาหารอยู่ในปัจจุบัน ดังที่เป็นข่าวในอเมริกาว่า ผู้ดำเนินกิจการอาหารฟาสท์ฟู้ดถูกฟ้องฐานทำให้ผู้บริโภคเจ็บไข้ได้ป่วยเพราะ ใช้น้ำมันพืชผ่านกรรมวิธีที่มีกรดไขมันทรานส์มาปรุงอาหาร ในทางกลับกันน้ำมันมะพร้าวกลับช่วยป้องกันโรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็ง ไม่ทำให้อ้วนเพราะเผาผลาญได้เร็วจึงไม่สะสม และไม่ทำให้คอเลสเตอรอลสูงขึ้น และความที่เป็นกรดไขมันอิ่มตัวจึงช่วยควบคุมการเกิดออกซิเดชั่นของไขมันใน ร่างกาย ช่วยลดอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวพรรณดี ไม่เหี่ยวย่นแก่ก่อนวัย น้ำมันมะพร้าวไม่เป็นโทษแม้แต่กับเด็กเล็ก เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวอุดมไปด้วยกรดลอริค ซึ่งเป็นกรดไขมันที่พบได้มากในน้ำนมแม่นั่นเอง วิธีรับประทานน้ำมันมะพร้าวที่ดีที่สุดคือใช้น้ำมันมะพร้าวแทนน้ำมันพืชชนิด อื่นๆในการปรุงอาหาร หรือจะรับประทานเป็นอาหารเสริมก็ได้ ผู้ใหญ่รับประทานวันละ 3-4 ช้อนชา เด็กวันละ 1-2 ช้อนชา โดยเฉลี่ยแบ่งรับประทานทีละน้อยจนครบจำนวนในแต่ละวัน หรือจะผสมในเครื่องดื่มร้อนๆเช่นโกโก้ร้อนหรือน้ำผลไม้อุ่นๆก็ได้ น้ำมะเขือเทศอุ่นผสมน้ำมันมะพร้าวมีรสชาติอร่อยมาก.

เวลาน้ำมันมะพร้าวเป็นไข


น้ำมันและไขมันมีความแตกต่างกันอย่างไร น้ำมัน และไขมันมักจะถูกใช้แทนที่กันเสมอ น้ำมันมีสถานะเป็นของเหลว ส่วนไขมันมีสถานะเป็นของแข็ง น้ำมันทุกชนิด สามารถกลายเป็นไขได้ แต่ด้วยอุณหภูมิที่แตกต่างกัน น้ำมันมะพร้าวเป็นไข (แข็งตัว มีลักษณะเป็นครีมขาว) ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 25๐c เนื่องจากมีคุณสมบัติเป็นน้ำมันอิ่มตัวสูง จึงเปลี่ยนเป็นไขเร็วกว่าน้ำมันชนิดอื่น ทำให้น้ำมันมะพร้าวมีสภาพเป็นครีมขาว ณ ที่จุดวางขาย หากมีอุณหภูมิเย็น (และจะเปลี่ยนกลับเป็นน้ำมันใสดังเดิมที่อุณหภูมิสูงกว่า 25?c)

ไขของน้ำมันมะพร้าวไม่ใช่น้ำมันเสีย แต่กลับเป็นสัญลักษณ์ของน้ำมันชนิดดี ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เมื่อคุณซื้อมาจากชั้นวางขาย หรือวางไว้ในห้องแอร์ น้ำมันมะพร้าวอาจเป็นไขได้ คุณเพียงแต่ละลายไขนั้นด้วยการนำออกไปวางในห้องที่มีอุณหภูมิปกติ หรือวางไว้ในบริเวณที่ใกล้แสงแดด (ไม่ควรตากแดด เพราะหากลืมทิ้งไว้เป็นเวลานาน ความร้อนที่สะสมอาจมีผลกับภาชนะบรรจุ)

ถึงแม้น้ำมันมะพร้าวจะเป็นผลิตผลของพืชเมืองร้อน แต่กลับเป็นที่นิยมของคนที่อยู่ในเขตหนาว การเป็นไขของน้ำมันมะพร้าวจึงเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้น ภาชนะที่ใช้ให้เหมาะสมจึงใช้เป็นกระปุกปากกว้าง เพื่อใช้ตักแทนการเทริน และขณะนี้การสั่งน้ำมันมะพร้าวออกไปขายยังประเทศเหล่านั้นไม่เพียงพอต่อความ ต้องการ

ใช้น้ำมันมะพร้าวทำอาหารแล้วมีกลิ่น / เทคนิคการรับประทานน้ำมันมะพร้าว กลิ่นของน้ำมันมะพร้าวมีเหตุผล 2 ลักษณะ คือ


1. ความเคยชินของการใช้น้ำมันพืชผ่านกรรมวิธีที่ใช้สารเคมีฟอกสี ฟอกกลิ่นออกจนหมดจึงไม่ได้กลิ่นเวลาทำอาหาร

2. น้ำมันพืชบริสุทธิ์ทุกชนิดจะมีกลิ่นเฉพาะตัว เนื่องจากไม่ได้ใช้สารเคมีใดเข้าไปดัดแปลง น้ำมันมะพร้าวก็เช่นกัน จะมีกลิ่นเฉพาะของน้ำมันมะพร้าว หากผู้บริโภคไม่เคยชิน อาจใส่ใบเตยหรือหอมซอยลงไปในน้ำมันก่อนทอด จะทำให้กลิ่นของน้ำมันมะพร้าวลดลงได้มาก

เทคนิคการรับประทานน้ำมันมะพร้าวในรูปแบบต่าง ๆ

1. ใส่ผสมในน้ำผลไม้ (สูตรของ ดร.ณรงค์โฉมเฉลา ใส่ลงในน้ำส้มคั้นรับประทานทุกวัน)
2. ใส่ในแกงจืด อาหารแกงต่างๆ
3. ใช้เป็นน้ำสลัด
4. ราดบนน้ำแข็งใส ไอศกรีม (สูตรนี้เด็กชอบรับประทาน)
5. ใช้ทอดอาหาร อาหารจะไม่ชุ่มน้ำมัน และมีความกรอบได้นาน
6. ใส่ลงไปพร้อมการหุงข้าว จะทำให้ได้ข้าวนุ่ม หอม อร่อย (สูตรพิเศษใส่กระเทียมเล็ก 5-6 กลีบ และใบเตยโรยเกลือนิดหน่อยจะยิ่งทำให้อร่อยมากขึ้น)

ทำไมต้องเลือกชนิดน้ำมันสำหรับทอด หรือ ผัด

คุณสมบัติของน้ำมันนั้นขึ้นอยู่กับความอิ่มตัว และความยาวของโมเลกุล

น้ำมันที่มีความอิ่มตัวสูง จะมีคุณสมบัติคงสภาพและทนต่อความร้อนได้ดี เมื่อโดนความร้อน หรือความร้อนสูงที่ใช้ในการทอด โมเลกุลก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากไม่ยอมให้ ไฮโดรเจน หรือออกซิเจน เข้าไปจับตัวเพิ่ม (ขบวนการ OXIDATION ที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ)

น้ำมันที่ไม่อิ่มตัว เนื่องจากแขนของโมเลกุลยังมีช่องว่างอยู่ ไฮโดรเจน หรือ ออกซิเจน จึงเข้าไปจับตัวได้ง่าย เกิดการ OXIDATION เกิดเป็นอนุมูลอิสระ และทำให้น้ำมันเสียได้เร็ว

สาเหตุที่ทำให้น้ำมันเสียมีอยู่ 5 วิธี
1. แสงสว่าง
2. ความร้อน
3. ออกซิเจน
4. ไฮโดรจิเนต (การเติมไฮโดรเจนเข้าไป เพื่อเปลี่ยนจากไขมันไม่อิ่มตัวเป็นอิ่มตัว ไขมันชนิดนี้อันตรายต่อสุขภาพมาก เรียกว่า TRANS FAT)
5. โฮโมจิไนซ์ การทำให้ไขมันแตกตัว

ในขบวนการผลิตน้ำมันผ่านกรรมวิธี โมเลกุลของน้ำมันได้ถูกรบกวนและเกิดเป็นอนุมูลอิสระไปแล้วในระดับหนึ่ง และถ้านำมาใช้ซ้ำอีกขบวนการเกิด TRANS FAT จะเกิดขึ้นได้สูงมาก

ปัจจุบันคนไทยมีความรู้สึกที่ดีมากกับน้ำมันมะกอก (VIRGIN OLIVE OIL) ให้ค่านิยมว่าเป็นน้ำมันสุขภาพ และนำมาใช้ปรุงอาหารทุกชนิดในครัว

ถึงแม้ว่าน้ำมันมะกอกจะมีกรดโอเลอิกที่มีประโยชน์มากต่อร่างกาย แต่กลับมีปริมาณไขมันอิ่มตัวเพียง 14% ปริมาณไขมันไม่อิ่มตัว 1 ตำแหน่ง 77% และปริมาณไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง 9% ด้วยคุณสมบัตินี้ทำให้น้ำมันมะกอกไม่มีความคงทนต่อความร้อน จึงควรใช้ประกอบอาหาร เช่น น้ำสลัด หรือ การผัดอาหารที่ใช้น้ำมันไม่มาก และไม่ใช้ความร้อนสูง

ดังนั้นถ้าต้องการทอดอาหารหรือปรุงอาหารโดย ใช้ความร้อนสูง อย่างสบายใจจึงควรใช้น้ำมันที่ผลิตโดยวิธีบีบเย็น (COLD PRESSED) และมีความอิ่มตัวสูงเท่านั้น เนื่องจากมีคุณสมบัติทนต่ออากาศ แสง และความร้อนได้ดี ส่วนน้ำมันพืช COLD PRESSED ชนิดอื่นๆ เมื่อเปิดใช้แล้วควรเก็บไว้ในตู้เย็น เพื่อป้องกันการเกิด OXIDATION จากอากาศและแสง

คุณภาพของน้ำมันมะพร้าวที่ดี ดูได้จากอะไรบ้าง ?

คุณภาพของน้ำมันมะพร้าว เบื้องต้นดูได้จากมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข โรงงานที่ผลิต และน้ำมันมะพร้าว ผ่านการตรวจสอบจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีความใสไม่มีสี ปราศจากสารปนเปื้อน มีกลิ่นหอม ได้รับการรับรองและเลขสารบบ อย. บนฉลากขวด
แต่ก็สามารถตรวจสอบคุณภาพได้ด้วยตนเองง่ายๆ ดังนี้

1. ความใสน้ำมันที่สะอาดจะมีความใส ลักษณะโปร่งแสง แต่อาจเปรียบเทียบคุณภาพความใสที่แตกต่างกันในแต่ละยี่ห้อได้ไม่ชัดเจน เนื่องจากไม่ได้อยู่ในขวดลักษณะเดียวกัน สีของพลาสติกหรือแก้ว อาจทำให้มีอิทธิพลกับสีได้บ้าง

2. กลิ่นความหอมของน้ำมันมะพร้าว ต้องหอมอ่อนให้ความรู้สึกว่าเป็นน้ำมันสดใหม่ ไม่มีกลิ่นหืน หรือเปรี้ยว ถึงแม้ว่าจะเปิดใช้แล้วกลิ่นต้องไม่เปลี่ยนแปลง แต่ยังมีผู้ผลิตบางรายดัดแปลงกลิ่น โดยใช้น้ำหอมสังเคราะห์กลิ่นมะพร้าว หรือ กลิ่นมะพร้าวน้ำหอมเข้าไป วิธีนี้จะทำให้มีกลิ่นหอมมากในตอนเปิดขวดหรือเปิดใช้ หลังจากนั้นความหอมจะจางลง และเปลี่ยนเป็นเหม็นเปรี้ยว และทำให้อายุของน้ำมันมะพร้าวอยู่ได้ไม่นาน

3. ความเบาน้ำมันมะพร้าวคุณภาพดี จะมีความเบา มีความหนืดน้อยมาก เวลารับประทานจะผ่านลำคอได้ง่ายและเร็ว มีความรู้สึกเหมือนละลายในปาก ในขณะที่กลืนลงคอไม่มีกลิ่นรุนแรง ไม่เลี่ยน

4. ความซึมเข้าสู่ผิวน้ำมันมะพร้าวคุณภาพดี จะมีโมเลกุลเล็ก ทำให้ซึมเข้าสู่ผิวได้เร็ว ไม่ทิ้งคราบน้ำมันลอยอยู่บนผิว

ผลการตรวจส่วนประกอบของน้ำมัน มะพร้าวบริสุทธิ์และคุณสมบัติทางเคมีและฟิสิกส์ ซึ่งจะพบว่ามีกรดลอริค สูงถึง 52.15% ซึ่งเป็นสารที่ให้ประโยชน์กับร่างกายแบบน้ำนมมารดา ช่วยเสริมสร้าง ซ่อมเสริมภูมิคุ้มกันและระบบต่างๆ ในร่างกาย

โดยคุณค่าส่วนประกอบที่อยู่ในน้ำมันมะพร้าว มีประโยชน์คือ

Lauric Acid

คือกรดไขมันอิ่มตัวสายโซ่ปานกลาง สามารถเปลี่ยนไปเป็นพลังงานที่ตับอย่างรวดเร็ว ให้คุณสมบัติด้านสุขภาพและความงามที่ดีที่สุด

Free Fatty Acid

คือค่าที่บ่งบอกถึงปริมาณกรดไขมัน อิสระ ที่ไม่ดีกับร่างกาย ซึ่งเป็นค่าที่ใช้วัดว่าน้ำมัน Extra Virgin Oil จะต้องมีค่านี้ต่ำกว่า 0.5% เป็นอย่างน้อย

Vitamin E- Alpha-Tocopherol

คือสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันและซ่อมแซมการสึกหรอของผิว ผม และเล็บ ยิ่งมีมากจะช่วยชลอความแก่ โดยเฉพาะวิตามินที่อยู่ในรูปของ Alpha-Tocopherol ซึ่งได้จากกระบวนการสกัดเย็นเท่านั้น จึงจะรักษาวิตามินอีในรูปแบบอัลฟ่าโทคอบเฟอรอลไว้ได้มากที่สุด

Peroxide Value

ค่าที่บ่งบอกความเสถียรของน้ำมัน มะพร้าวว่าจะไม่เกิด Oxidation ค่ายิ่งน้อยคือยิ่งเก็บได้นาน ไม่ทำให้เกิดกลิ่นหืน และสีใส ไม่เปลี่ยนแปลง

Moisture and Volatile Matter

ค่าบอกปริมาณความชื้นที่พบ หากมีมากจะทำให้เกิดกลิ่นหืนเร็ว จากผลตรวจมีค่าเพียง 0.03 เท่านั้น ทำให้น้ำมันมะพร้าวของเรา จะคงคุณภาพและคุณค่าสารอาหารได้นานโดยสี กลิ่น รส ไม่เปลี่ยนแปลง

หมายเหตุ: ค่าที่ได้จากการวิเคราะห์เป็นค่าเฉลี่ยที่ได้จากกระบวนการผลิตจริง ไม่ได้เป็นค่าที่เกิดจากการทำตัวอย่างหนึ่งๆ ใดๆ เพื่อไปทดสอบ

ความเห็นของลูกค้าเกี่ยวกับสินค้านี้

30 รายการสินค้าอื่น ๆ ในหมวดนี้:

ดูสินค้าก่อนหน้า
ดูสินค้าถัดไป

ตะกร้าสินค้า  

ไม่มีสินค้า

การจัดส่ง 0.00 ฿
ทั้งหมด 0.00 ฿

ตะกร้าสินค้า ชำระเงิน